กระเพราหมูสับไข่ดาว

เวลาพูดถึงอาหารไทย คนต่างชาติมักคิดถึงต้มยำกุ้ง หรือไม่ก็ผัดไทย แต่สำหรับผม ข้าวราดกระเพราไข่ดาวคือสิ่งแรกที่เข้ามาในสมอง มันเป็นอาหารสิ้นคิดที่คนไทยสั่งกินเยอะที่สุด ทุกวันน่าจะมีการทำเมนูนี้ไม่น้อยกว่าล้านจาน

ตั้งกระทะไฟกลาง รอให้น้ำมันร้อน ใส่กระเทียมสับลงไปคั่วสักพักให้เหลืองทอง ใส่พริกสับตามลงไป คั่วไม่นาน ตามด้วยหมูสับที่หมักด้วยเครื่องปรุงรสอ่อนๆ เตรียมไว้ ผัดให้หมูสุก ลดไฟลงเป็นอ่อน แล้วเติมน้ำซอสผัดกระเพราที่เตรียมไว้ลงไป คลุกให้ทั่วเนื้อหมู เยาะซีอิ้วดำ 3-4 หยด  เร่งไฟให้แรงขึ้น ใส่ใบกระเพราลงไป ผัดต่ออย่างน้อย 2-3 นาทีเพื่อให้ใบกระเพรานุ่มลง ตักราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ

บนกระทะเดิมเติมน้ำมันปาล์มลงไปให้พอท่วมกระทะ เร่งไฟให้แรงสุด พอเริ่มมีควัน ตอกไข่ใส่ลงไป รอให้ไข่ขาวเริ่มเกรียมที่ขอบๆ และไข่ดาวสุกในระดับที่พอใจ ยกขึ้นราดบนข้าวกระเพราอีกที เยาะพริกไทย และซอสแม็กกี้ลงไป

อาจทำพริกน้ำปลากินคู่กันด้วยก็ได้ ถ้าชอบ

ถ้าเป็นไปได้ผมชอบหุงข้าวให้เสร็จก่อนค่อยเริ่มต้นผัดกระเพรา เพราะจะได้ตักข้าวลงบนจานรอไว้ก่อน พอผัดกระเพราเสร็จจะได้ราดลงบนข้าวได้ทันที เช่นเดียวกันกับสาเหตุที่ทอดไข่ดาวทีหลังผัดกระเพรา เพราะจะได้วางไข่ดาวไว้บนสุด ทั้งหมดนี้ช่วยประหยัดจานชามเวลาทำอาหารเฉยๆ

สูตรผัดกระเพราเป็นอะไรที่มีหลากหลายมาก แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนจริงๆ บางคนชอบแห้งๆ บางคนชอบน้ำคลุกคลิก เช่นเดียวกับไข่ดาว บางคนชอบเกรียม บางคนชอบไข่แดงไม่สุก ฯลฯ สูตรนี้เรียกได้ว่าเป็นสูตรส่วนตัวของผมเองจริงๆ ไม่มีผิดไม่มีถูก

ส่วนผสมสำหรับ 1 ที่

  • ข้าวสวย 1 จาน
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • หมูสับขนาดเท่าฝ่ามือ
  • ใบกระเพราะ 1 ช่อ
  • น้ำมันพืช 1-2 ช้อนโต๊ะ สำหรับผัด
  • นำ้มันพืช จำนวนหนึ่ง สำหรับทอดไข่
  • พริกขี้หนูสับ 1 ช้อนกินข้าว
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนกินข้าว
  • ซอสกระเพราะ (ดูข้างล่าง)
  • ซีอิ้วดำ 3-4 หยด
  • พริกไทยขาว และซอสแม็กกี้สำหรับปรุงรส
  • พริกน้ำปลา (ถ้าต้องการ)

น้ำซอสกระเพรา สำหรับ 1 ที่

  • น้ำมันหอย 1 ช้อนกินข้าว
  • ซอสฝาเขียว 1 ช้อนกินข้าว
  • น้ำปลา ครึ่งช้อนกินข้าว
  • น้ำเปล่า 1 ช้อนกินข้าว
  • ผงปรุงรส 1/4 ช้อนกินข้าว

ชั้นวางของอเนกประสงค์

ชั้นวางของแบบนี้เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่พบได้ในทุกๆ บ้าน ส่วนใหญ่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานมากกว่าความสวยงาม แต่เราสามารถออกแบบให้ดูมินิมัลได้ด้วย โปรเจ็คนี้เป็นโอกาสที่ผมจะได้ฝึกทำเฟอร์นิเจอร์ที่มีการเอียงบ้าง ซึ่งในเคสนี้ผมให้ขาหน้าของมันเอียง 7.5 องศา

รู้มั้ยว่าแค่ทำให้มันเอียงนิดๆ มันทำยากขึ้นต้องเยอะเลย ต้องตัดให้ได้องศาจริงๆ ไม่งั้นออกมาไม่สมส่วน แต่การที่มันเอียงแค่นิดเดียว มันช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับเฟอร์นิเจอร์ของเราได้เยอะมาก ดีกว่า รูปทรงสี่เหลี่ยมอย่างเดียว ที่ดูน่าเบื่อสิ้นดี

ในส่วนของข้อต่อมีการทำให้นูนนิดหน่อยด้วย ก็เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับชิ้นงานเช่นเดียวกัน ถ้าไม่มีลูกเล่นอะไรเลย มันดูน่าเบื่อจริงๆ

 

Gyudon – กิวด้ง

สาเหตุที่ทำกิวด้งกินเองที่บ้าน เพราะว่าอยากกินกิวด้ง แต่บางทีก็ไม่อยากกินข้าวขาว การทำเองที่บ้านทำให้เราสามารถเลือกกินข้าวกล้องหรือข้าวอย่างอื่นแทนก็ได้

ตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมัน รอให้ร้อน ใส่กระเทียมสับและขิงสับตามลงไป ผัดให้กระเทียมเหลืองทอง ใส่หัวหอมสับลงไปผัดสัก 2 นาทีจนเริ่มจะนิ่ม ใส่เนื้อหมูสไลด์ตามลงไปผัดต่อ จนหมูเริ่มสุก

สาเหตุที่ผัดหัวหอมก่อน เพราะหัวหอมใช้เวลานานกว่าจะนิ่ม ในขณะที่ถ้าผัดเนื้อหมูบนกระทะนานเกินไป เนื้อหมูจะเหนียว ลำดับของการใส่ของแต่ละอย่างลงไปในกระทะผัดนั้นสำคัญนะ

ใส่ซีอิ้วญี่ปุ่น มิริน น้ำซุปปลาโอ น้ำตาล ลงไป รอให้เดือดแล้วทิ้งไว้อีกสัก 1-2 นาที เพื่อให้หมูดูดซับน้ำซอสเหล่านี้เข้าไปในตัว และให้น้ำแห้งลงจนถึงระดับที่เหมาะสม (แล้วแต่ความชอบ) จึงยกขึ้นจากเตา ราดบนข้าวสวยร้อนๆ แต่งหน้าด้วยต้นหอมซอย พริกป่นเล็กน้อย

ส่วนผสมสำหรับ 1 ที่

  • หมูสไลด์
  • ข้าวสวย
  • ซีอิ้วญี่ปุ่น 3 ช้อนกินข้าว
  • มิริน 3 ช้อนกินข้าว
  • น้ำซุปปลาโอ 6 ช้อนกินข้าว
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนช้า
  • กระเทียมสับและขิงสับอย่างละ 1/4 ช้อนชา
  • ต้นหอมซอย และพริกป่นเล็กน้อย เพื่อตกแต่ง