Baked Potatoes – อบมันฝรั่งให้ดูน่ากินเหมือนมันฝรั่งทอด

เฟรนฟรายด์ช่างเป็นอาหารที่แสนอร่อย แต่ข้อเสียก็คือมันเป็นของทอดอย่างหนึ่ง ที่ค่อนข้างจะทำลายสุขภาพ ถ้าหากกินบ่อยเกินไป

ดังนั้นในตอนนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการอบมันฝรั่งให้ได้รสชาติที่อร่อยไม่แพ้มันฝรั่งทอดเลย

ล้างมันฝรั่งให้สะอาด แล้วนำลงไปต้มในน้ำเดือด ที่ใส่น้ำส้มสายชูลงไปสัก 3-4 ช้อนโต๊ะ นาน 20 นาที ความเป็นกรดของน้ำส้มสายชูจะช่วยทำให้แป้งที่อยู่ในตัวมันฝรั่งเองฟอร์มตัวที่ผิวนอก เมื่อเวลานำไปอบจะได้ผลลัพธ์ที่กรอบนอกนุ่มใน ดังนั้นขั้นตอนนี้จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ อย่าข้ามไปล่ะ

มันฝรั่งที่ต้มใหม่ๆ จะปลอกเปลือกง่าย ให้นำมาชุบน้ำที่อุณหภูมิห้องเพื่อให้เย็นลงบ้าง ก่อนที่จะทำการปลอกเปลือก จากนั้นหั่นมันฝรั่งออกเป็นรูป Wedge ซึ่งที่จริงจะหั่นแบบอื่นก็ได้ แต่ผมว่ารูปนี้มันสวยดี ทำให้ยิ่งน่ากินขึ้น

นำมันฝรั่งที่ไร้เปลือกแล้วของเราไปคลุกกับน้ำมันมะกอกให้ทั่วๆ เหมือนกับจะเคลือบผิวสัมผัสทั้งหมดของชิ้นมันฝรั่งทุกชิ้น น้ำมันมะกอกที่เคลือบอยู่ที่ผิวนี่เองที่จะทำให้เมื่อนำไปอบต่อจะกรอบนอก ใกล้เคียงกับการเอาไปทอด จากนั้นโรยเกลือบางๆ ตามลงไป น้ำมันที่เกาะอยู่ที่ผิวจะช่วยทำให้เกลือติดอยู่กับตัวมันฝรั่ง

นำมันฝรั่งที่ได้ไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 225 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 20 นาที โดยในนาทีที่ 10 ให้เอาออกมากลับด้านสักครั้งหนึ่ง เพื่อให้ทุกด้านสุกเท่าๆ กัน ที่นี้เตาอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คอยเฝ้าดูละกันว่ามันฝรั่งได้ที่แล้วหรือยัง ถ้าดูกรอบ หน้าตาน่ากิน เหมือนมันฝรั่งทอดแล้ว ก็สามารถเอาออกจากเตาก่อนเวลาก็ได้ หรือถ้าผ่านไป 20 นาทีแล้ว ยังไม่ได้ที่ ก็อาจจะอบต่อนานกว่านั้นก็ได้

จัดเรียงให้สวยงาม กินคู่กับ Ketchup หรือกินเปล่าๆ ก็ได้ ไม่ผิดกติกา

Waldorf Salad – สลัดผลไม้

จะกินผลไม้อย่างเดียวก็เบื่อ การทำสลัดผลไม้อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบทำสลัดวอลดอร์ฟ (Wardorf Salad) เพราะว่าเป็นคนชอบกินผลไม้ไม่กี่อย่าง และหนึ่งในนั้นก็คือแอ๊ปเปิ้ล

ที่มาของสลัดวอลดอร์ฟ คือเป็นเมนูชื่อดังของโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในอเมริกา สลัดชนิดนี้ก็เลยได้ชื่อของโรงแรมมาเป็นชื่อของมัน จริงๆ แล้วมันก็คือสลัดผลไม้นั่นแหละ ผลไม้สามอย่างที่ขาดไม่ได้ และทำให้จานนี้เป็นสลัดวอลดอร์ฟ ก็คือ แอ๊ปเปิ้ล องุ่น และคื่นช่ายฝรั่ง โรยด้วยถั่ววอลนัท ซึ่งเป็นถั่วที่ผมมีประจำบ้านอยู่แล้ว อาจเติมผลไม้อย่างอื่นเข้าไปอีกก็ได้ อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลย

น้ำสลัดวอลดอฟท์ใช้มายองเนสธรรมดา เติมมะนาวลงไปด้วย เพื่อให้เปรี้ยวขึ้น รสเปรี้ยวเป็นรสที่เข้ากันมากกับผลไม้ในจานนี้ เติมเกลือและพริกไทยตามชอบ แค่นี้เลย ทำง่ายมากๆ

สิ่งที่ผมชอบทำเสมอหลังเตรียมเสร็จก็คือเอามันไปแช่ตู้เย็นให้เย็นๆ ก่อน แล้วค่อยกิน มันจะยิ่งอร่อย

ส่วนผสม : แอ๊ปเปิ้ล, องุ่น, คื่นช่ายฝรั่ง, ถั่ววอลนัท, มายองเนส, น้ำมะนาว, เกลือ และพริกไทย สัดส่วนตามใจชอบ

Caesar’s Salad – สลัดซีซ่าร์ที่สมบูรณ์แบบ

ผมเพิ่งจะรู้เมื่อเร็วๆ นี้เองว่า ซีซาร์สลัด เป็นอาหารแม็กซิกัน และไม่มีอะไรเกี่ยวกับ จูเลียส ซีซ่าร์ ใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่คนที่คิดเมนูนี้ชื่อซีซาร์ และเป็นเมนูที่เกิดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งนายซีซาร์ ไม่รู้จะทำอาหารอะไรดี ก็เลยเข้าครัวไปดูว่ามีอะไรเหลือบ้าง ก็เอามารวมๆ กัน แล้วก็กลายมาเป็นซีซาร์สลัดอย่างที่เรารู้จักกันทุกวันนี้

สลัดซีซ่าร์ เป็นอะไรที่หากินง่าย ทั้งในร้านอาหารฝรั่ง หรือแม้แต่อาหารญี่ปุ่น เกาหลี ก็มี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกร้านจะทำได้อร่อย ที่จริงแล้ว เมนูนี้ไม่ได้ทำยาก เราสามารถทำกินเองที่บ้านได้ ซึ่งจะทำให้เราสามารถทำให้มันเป็นสลัดซีซ่าร์ที่สมบูรณ์แบบได้ ดีกว่าหลายๆ ร้านที่แค่ใช้ชื่อนี้เฉยๆ แต่มันดูแย่มาก ไม่เหมือนสลัดซีซ่าร์ที่ผมอยากกิน

ผักกาดที่เหมาะจะใช้ทำสลัดซีซ่าร์มากที่สุดคือ Romaine Lettuce รองลงมาคือ Cos สิ่งที่สำคัญมากคือการล้างให้สะอาด และจบน้ำสุดท้ายด้วยน้ำใส่น้ำแข็ง ความเย็นจัดจะช่วยทำให้ผักกรอบ หลังจากนั้นต้องเอาไปปั่นด้วยเครื่องปั่นหน้าตาแบบข้างล่างนี้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพื่อกำจัดน้ำที่ติดอยู่ในตัวผักออกไปให้มากที่สุด อย่าลัดขั้นตอนนี้เป็นอันขาด เพราะน้ำที่ตกค้างอยู่ในตัวผักจะปนกับน้ำสลัด ทำให้น้ำสลัดไม่อร่อยได้

สำหรับขนมปังกรอบ (ครัวตองค์) สามารถใช้ขนมปังที่กินเหลือได้ เป็นการช่วยกำจัดของเหลือก่อนที่ขนมปังจะบูด ซีซ่าร์สลัดเลยเป็นเมนูที่น่าทำกินเป็นประจำสำหรับคนที่กินขนมปัง หั่นคือฉีกให้เป็นชิ้นเล็กๆ อาจทาเนยด้วยก็ได้ ก่อนนำไปอบให้กรอบ อย่าลืมเบคอนอบกรอบ และพาเมซานชีสโรยหน้า

สำหรับน้ำสลัด จะซื้อสำเร็จเอาก็ได้ เพื่อประหยัดเวลา แต่ถ้ามีความคึก จะทำเองก็ได้ ซีซ่าร์สลัดมีน้ำสลัดเป็นของตัวเอง ซึ่งไม่เหมาะกับน้ำสลัดทั่วไป เพราะมีส่วนผสมของปลาแอนโชวีและกระเทียมบดรวมกันจนละเอียด แถมใช้มะนาวกับน้ำส้มสายชูอย่างละครึ่งเพื่อให้เกิดรสเปรี้ยวที่มากกว่าน้ำสลัดทั่วไป และยังมีการบดพาเมซานชีสลงไปในน้ำสลัดอีกด้วย สำหรับตัวมายองเนสอาจใช้ไข่แดงดิบกับน้ำมันมะกอกผสมกันแทนก็ได้

เคล็ดลับอย่างหนึ่งที่ทำให้ซีซ่าร์สลัดดูน่ากินมากคือการเอาน้ำสลัดมาคลุกกับผักให้ทั่วก่อนที่จะโรยหน้าด้วยส่วนผสมอื่นๆ ซึ่งจะทำให้ดูน่ากินมาก และเป็นเอกลักษณ์ของเมนูนี้ที่ดูแตกต่างจากสลัดเมนูอื่นๆ เพียงแค่นี้คุณก็จะได้ซีซ่าร์สลัดที่สมบูรณ์แบบแล้วครับ

ส่วนผสม

  • ผัก Romaine Lettuce หรือ Cos
  • ขนมปังอะไรก็ได้
  • เบคอน
  • พาเมซานชีสป่น

ส่วนผสมของน้ำสลัด

  • ปลาแอนโชวี 1-2 ตัว
  • กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำส้มสายชู 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะกอก 1/4 ถ้วย
  • มายองเนส 1/2 ถ้วย
  • พาเมซานซีสป่น 1 ช้อนโต๊ะ