เริ่มชอบอาหารเกาหลี

ช่วงนี้หันมาทำอาหารเกาหลีแหลก ซึ่งเป็นอะไรที่แปลก เพราะก่อนหน้านี้ยอมรับว่ามีความเหยียดอาหารเกาหลีนิดๆ รู้สึกว่าเป็นอาหารที่มีความหลากหลายน้อย อะไรๆ ก็ใส่กิมจิ อะไรๆก็ใส่โคชูจัง

แต่ช่วงหลังๆ เริ่มเปลี่ยนความคิด อาหารชาตินี้มีผักให้กินเยอะมาก ถ้าหากทำกินเองที่บ้าน ไม่ได้กินแต่เนื้อย่าง และเป็นอาหารที่มีความเรียบง่ายในแบบของมัน ไม่แพ้อาหารญี่ปุ่นหรืออิตาเลียน คิดว่าต่อไปคงปรับเมนูบางตัวของอาหารเกาหลีเข้ามาเป็นเมนูอาหารที่กินประจำของผม

วิธีหนึ่งที่ช่วยให้การทำอาหารกินเองมีประสิทธิภาพคือการเลือกทำอาหารชาติใดชาติหนึ่งไปเลย เพราะวัตถุดิบที่ใช้จะคาบเกี่ยวกันหลายเมนูมากกว่า ทำให้มีของเหลือน้อยกว่า และโดยเฉพาะอาหารเกาหลี สามารถเอาผักที่กินเหลือๆ ไปทำ Buchimgae กินตอนจบได้อีกด้วย

ประสบการณ์หัดเล่นกีต้าร์ตอนอายุ 40+

สาเหตุที่ผมเพิ่งมาหัดเล่นกีต้าร์ตอนอายุปูนนี้เป็นเพราะก่อนหน้านี้เป็นคนที่หลงใหลเปียโนมาโดยตลอด ตอนเด็กเรียนเปียโนมาก็หลายหน แต่ก็ยังเล่นไม่เก่งอยู่ดี ฝันอยากไปถึงจุดที่สามารถเล่นได้โดยไม่ต้องดูโน้ต แต่ก็ไม่เคยไปถึงจุดนั้นได้เลย จนโตเป็นผู้ใหญ่ก็หายๆ จากการเล่นดนตรีไป เพิ่งจะมายอมรับความจริงภายหลังว่า สุดท้ายแล้วชีวิตนี้เราคงเล่นเปียโนไม่เก่งอย่างที่ฝันไว้หรอก ก็เลยลองเปิดใจให้กีต้าร์เอาตอนอายุ 40+

อันที่จริง ตอนวัยรุ่นเคยลองจับกีต้าร์ดูหนหนึ่ง เคยเรียนกีต้าร์คลาสสิกด้วย แต่เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ รู้สึกว่ามันยาก มีอะไรหลายอย่างที่เราไม่เก็ต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนคอร์ดให้เร็ว หรือการร้องไปด้วยเล่นไปด้วย รู้สึกว่าทำไม่ได้ ซึ่งก็แปลกเหมือนกันที่รอบนี้พอมาหัดเล่นใหม่ กลับพบว่ามันง่ายกว่าเดิมเยอะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร อาจเป็นเพราะแก่ตัวขึ้น ฟังเพลงมาเยอะ อะไรที่เคยไม่เก็ต อยู่ดีๆ มันก็เก็ตขึ้นมาง่ายๆ ซะขนาดนั้น เป็นเรื่องแปลกแต่จริง

คำแนะนำสำหรับคนที่เริ่มต้นหัดเล่นกีต้าร์เลยก็คือ ลองเริ่มต้นจากการตีคอร์ดเพลงอะไรก็ได้ที่มีคอร์ดง่ายๆ สี่คอร์ดนี้ คือ G Am D E โดยเริ่มหัดจากแพทเทิร์นการตีคอร์ดที่ง่ายที่สุดก่อนก็คือดีดลงอย่างเดียว หัดเปลี่ยนคอร์ดทั้งสี่คอร์ดนี้ให้คล่อง หลังจากนั้นก็หาเพลงที่ใช้แค่สี่คอร์ดเดิมนี้อีก แต่มีแพทเทิร์นการตีคอร์ดที่ยากขึ้น เช่น ลง ลง ขึ้นขึ้น ลงลง หรือที่ยากขึ้นอีกก็เช่น ลง ลงขึ้น ขึ้นลง แพทเทิร์นพื้นฐานเหล่านี้ ใช้เล่นเพลงส่วนใหญ่ได้ เป็นอะไรที่สำคัญ

อุปสรรคอย่างหนึ่งของการหัดเล่นกีต้าร์มือใหม่คือ เจ็บนิ้ว วิธีแก้คือ ลอง setup กีต้าร์ใหม่ (จ้างช่าง) เพราะกีต้าร์บางตัวสายสูงเกินไป ทำให้กดยาก เจ็บนิ้ว และอีกวิธีคือ การเปลี่ยนสายกีต้าร์ใหม่ จากเบอร์ 12 เป็นเบอร์ 10 ก็จะนิ่มขึ้นเช่นกัน สุดท้ายแล้ว ถ้ายังเจ็บอยู่ ก็บอกเลยว่า ต้องทน ทุกคนที่หัดเล่นกีต้าร์ จะต้องเจ็บนิ้วทุกคน จนกว่านิ้วจะเริ่มด้าน ซึ่งจะทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลงไปได้เองในที่สุด

อุปสรรคอีกอย่างคือ การร้องไปด้วยตีคอร์ดไปด้วย ในช่วงแรกๆ ถ้ายังทำไม่ได้ อาจจะต้องมีใครสักคนช่วยทำหน้าที่ร้องให้แทน หรือไม่ก็ตีคอร์ดใส่เพลงที่กำลังเล่นอยู่ และบอกเลยว่า การตีคอร์ดไปร้องไปเพลงแรกสุดในชีวิตนั้นจะยากมากๆ ให้ลองเล่นทีละประโยค เล่นช้าๆ ทำไปเรื่อยๆ จะค่อยๆ เล่นเร็วขึ้น และต่อเนื่องได้เอง โดยสำหรับเพลงแรกของชีวิต ต้องหลีกเลี่ยงเพลงที่มีแพทเทิร์นตีคอร์ดที่ยาก โดยเฉพาะแพทเทิร์นที่มีจังหวะขัด อันนี้จะยิ่งร้องด้วยยากเกินไป พอเล่นเพลงแรกในชีวิตได้แล้ว รับรองว่าเพลงที่สองจะง่ายขึ้นอย่างเหลือเชื่อ สรุปคือต้องพยายามผ่านเพลงแรกในชีวิตไปให้ได้ นั่นแหละยากที่สุด หลังจากนั้นก็จะง่ายขึ้นมาก

ที่สำคัญคือ การจะตีคอร์ดไปด้วยร้องไปด้วยให้ร้องแล้วไพเราะนั้น คุณจำเป็นจะต้องเล่นกีต้าร์ได้คล่องแคล่วมากพอที่จะเล่นได้โดยแทบไม่ต้องใช้สมองคิด เปลี่ยนคอร์ดก็ต้องคล่องจนแทบไม่ต้องมองเลย เพราะถ้ายังทำไม่ได้ขนาดนั้น สมองของเราก็จะไม่สามารถโฟกัสอยู่ที่การร้องได้ เพราะต้องเจียดกำลังมาใช้ในการเปลี่ยนคอร์ด หรือตีแพทเทิร์นอยู่ แบบนั้นการร้องก็จะไม่ดี ทั้งหมดจึงเป็นเรื่องของความชำนาญซึ่งต้องอาศัยเวลา ไม่มีทางลัด

การฝึกกีต้าร์หลังจากนั้น ก็ค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้นไปเรื่อยๆ เช่น ลองเพลงที่มีคอร์ดที่ยังไม่เคยเล่นอยู่ ค่อยๆ เพิ่มจักรวาลของคอร์ดที่เรารู้จักขึ้นไปทีละนิด เช่น เพลงคีย์ C เพลงคีย์ F แล้วตามด้วยเพลงคีย์ D อาจเริ่มใช้ Capo เพื่อช่วยแปลงคอร์ดของเพลงที่ยากเกินไปให้ง่ายขึ้นด้วย ในเวลาเดียวกันก็เรียนรู้แพทเทิร์นการตีคอร์ดใหม่ๆ ที่ยากกว่าเดิม ตีคอร์ดครึ่งห้อง การดีดตบ เป็นต้น

คอร์ดกลุ่มหนึ่งที่ยากสำหรับมือใหม่คือคอร์ดทาบ เริ่มต้นจาก F ตามด้วย Bm และอื่นๆ อีก ไม่มีใครในโลกที่เริ่มเล่นกีต้าร์แล้วกดคอร์ดทาบเหล่านี้ได้เลย เพราะว่านิ้วของเรายังไม่แข็งแรงพอ จึงต้องอาศัยเวลานานมากกว่าจะกดคอร์ดเหล่านี้ได้โดยไม่บอด แปลกแต่จริงที่ฝึกไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่ง อยู่ดีๆ มันก็จะกดคอร์ดเหล่านี้แบบง่ายดายได้เอง โดยไม่รู้ตัว อย่าล้มเลิกความพยายามไปก่อนก็แล้วกัน ถัดจากพวกคอร์ดทาบแล้วก็ยังมีพวกคอร์ดในต่ออีก เมื่อตีคอร์ดเก่งแล้ว ก็เปลี่ยนมาหัดเกา ฯลฯ กีต้าร์มีอะไรยากๆ ให้ท้าทายเราไปได้เรื่อยๆ ไม่มีวันจบ

ขอให้ทุกคนโชคดี

 

เที่ยวสงขลา-หาดใหญ่แบบไม่มีรถส่วนตัว

ขอเล่าประสบการณ์การไปเที่ยวสงขลา+หาดใหญ่ ช่วงหลังโควิดจบใหม่ๆ แบบไม่มีรถส่วนตัวให้ฟังหน่อย

หาดใหญ่กับตัวเมืองสงขลาอยู่ใกล้กันมาก ถ้าขับรถก็ใช้เวลาแค่ 35 นาทีเท่านั้น ก็เลยเป็นอะไรที่นิยมไปเที่ยวคู่กัน ซึ่งข้าพเจ้าก็เป็นมนุษย์ low carbon ไม่ขับรถส่วนตัวอยู่แล้ว ก็เลยวางแผนว่าจะไปเที่ยวสองเมืองนี้ แบบเช่ารถส่วนตัวขับ แต่พยายามใช้ขนส่งสาธารณะเอา

บอกเลยว่า เป็นอะไรที่ไม่เวิร์ค วิธีการที่ดีที่สุดที่จะเที่ยวสองเมืองนี้คือการเช่ารถขับทันทีที่เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ เพราะขนส่งสาธารณะมีจริง แต่ไม่เวิร์คในทางปฏิบัติ อย่างน้อยก็ ณ ช่วงที่ผมเดินทางไป

เริ่มจากประการแรกเลย พอไปถึงสนามบิน ผมก็คิดว่าจะนั่งมินิบัสจากสนามบินเข้าตัวเมือง ซึ่งมี และราคาไม่แพง แต่ปัญหาก็คือว่า รถออกไม่บ่อย ผมต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงกว่ารถจะออก คิดแล้วไม่คุ้มค่าเวลาที่เสียไป ก็เลยตัดสินใจเรียกแท็กซี่แทน ซึ่งมีทั้งแบบแท็กซี่ลีมูซีน และแท็กซี่มิเตอร์ ซึ่งแบบหลังจะถูกกว่านิดหน่อย คิดตามระยะทาง แต่มีบวกเพิ่ม 50 บาท คล้ายๆ กับสนามบินทุกแห่งในประเทศไทย สรุปแล้ว เข้าเมืองหาดใหญ่ ผมจ่ายค่าแท็กซี่มิเตอร์ไป 190 บาท

ในตัวเมืองหาดใหญ่นั้นมีขนส่งสาธารณะให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่รถสองแถวซึ่งวิ่งตามเส้นทางประจำ รถตุ๊กตุ๊กซึ่งคิดราคา 20 บาทต่อเที่ยวต่อคน ไปไหนก็ได้ (แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยว อาจจะคิดแพงกว่านั้น)​ รถแท็กซี่เหมาซึ่งต้องโทรเรียกเท่านั้น ยังมีรถ Grab ด้วย ซึ่งส่วนตัวคิดว่า Grab เวิร์กที่สุด เพราะไม่แพง (ถ้าเทียบกับแท็กซี่) และมีเยอะ แต่นั่นก็คือเส้นทางเฉพาะในตัวเมืองหาดใหญ่เท่านั้น ถ้าหากออกไปนอกเมือง Grab จะหายาก และตัวเลือกอื่นนี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะแพงมาก

พอมาถึงตัวเมืองหาดใหญ่ ผมก็พักกินข้าว แล้วก็คิดจะเดินทางต่อไปยังสงขลา เพราะว่าโรงแรมอยู่สงขลา ตอนแรกนึกว่ามีคิดรถสองแถวอยู่ที่ขนส่ง เพราะศึกษาจากเน็ตมาว่าเป็นแบบนั้น แต่ไปถึงจริงๆ ไม่มี มีแต่รถตุ๊กๆ เหมา ราคาโขกสับมาก ผมจ่ายไป 400 บาท เพราะความไม่รู้ ซึ่งจริงๆ ถ้าผมพยายามกดเรียก Grab ให้ได้ อาจจะใช้เวลานานสักหน่อย แต่น่าจะถูกกว่านี้เยอะเลย

โรงแรมที่ผมพักอยู่สงขลา แต่ว่าเป็นนอกเมืองสงขลา ซึ่งกลายเป็นปัญหา เพราะการเรียกแท็กซี่หรือ Grab จากโรงแรม เป็นอะไรที่ยากมาก เพราะคนขับจะต้องขับรถมาจากหาดใหญ่ เพื่อมารับ ทำให้เขาคิดแพง หรือไม่ก็ไม่อยากมารับ ถ้าจะใช้บริการรถของโรงแรมก็มี แต่ยิ่งแพง เขาคิดตั้ง 800 บาท ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม กลายเป็นว่าทุกเช้าต้องมานั่งลุ้นว่าวันนี้จะเรียก Grab ได้สำเร็จมั้ย

สรุปแล้วโลกนี้ก็ยังไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้คนที่ Low Carbon อยู่

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองสงขลา หลักๆ เลยก็คือย่านเมืองเก่า มีตึกรูปร่างโบราณ และสตรีทอาร์ทให้ถ่ายรูป ซึ่งกินพื้นที่ 3 ถนน ได้แก่ ถนนนางงาม ถนนนครใน และถนนนครนอก รวมทั้งยังมีร้านอาหารอร่อยๆ ให้กินหลายร้านเลย ถัดออกจากเมืองเก่าไปจะเป็นที่อยู่ของหาดสมิหา มีรูปปั้นนางเงือก เกาะหนู เกาะแมว มีถนนคนเดิน (เปิดวันศุกร์และเสาร์) ส่วนถ้าออกจากเมืองสงขลาไปเลย ก็มีมัสยิดกลาง ให้แวะชักภาพกัน และที่พลาดไม่ได้เลย คือ เกาะยอ ซึ่งเป็นเกาะในทะเลสาบสงขลา อยู่ใกล้เมืองสงขลามาก สามารถข้ามไปได้ด้วยสะพานติณสูลานนท์ ที่นั่นจะมีร้านอาหารแนวซีฟู้ดให้ได้สวาปามกัน

ร้านมหัศจรรย์เกาะยอ

สมัยก่อนคนมาเมืองหาดใหญ่เพื่อซื้อของที่ตลาดกิมหยงกัน แต่ปัจจุบันนี้สินค้าหลายอย่างมีขายที่กรุงเทพแล้ว นอกจากร้านอาหารซึ่งมีกระจายอยู่เต็มหาดใหญ่แล้ว สถานที่ท่องเที่ยวเดียวที่ไปกันก็น่าจะเป็นเขาคอหงส์ ซึ่งมี Cable Car ให้ขึ้นชมวิว